สวนโมกข์ กรุงเทพฯ

เค้าว่ากันว่า เหมือนย้ายสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี มาอยู่ใจกลางของ ประเทศ เอื้ออำนวยให้ผู้คนทุกภาคเดินทางมาสัมผัสได้ใกล้และง่ายขึ้น พร้อมกันนั้นยังรวมสื่อธรรมะของท่านพุทธทาสอย่างครบถ้วน ณ สถานที่เดียว อีกด้วย อยู่ไกล้แค่นี้เอง ภายในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) จตุจักร

ขอยกข้อมูลที่เป็นทางการดังต่อไปนี้:

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

เป็นสถานที่รวมรวบงานทั้งหมดของท่านพุทธทาสภิกขุไว้ สามารถเข้ามาศึกษางานของท่านพุทธทาสภิกุขได้ครบถ้วนภายในที่เดียว

P1020766 P1020707a

สิ่งศึกษาเรียนรู้ทั้งหมดนี้เป็นมรดกทางปัญญาอันยิ่งใหญ่ สมควรจัดเก็บอนุรักษ์ไว้ให้เป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการสืบค้นเพื่อเผยแผ่ และเป็นประโยชน์เกิดสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ ซึ่งในเบื้องต้นจากการสำรวจเอกสาร สิ่งพิมพ์ ภาพ แถบเสียงโสตทัศน์ และวัตถุสิ่งของต่างๆ ของท่านพุทธทาส มีปริมาณมากกว่า 27,347 รายการ ซึ่งในปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในสถานภาพที่เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหาย เสื่อมสภาพ ควรได้รับการอนุรักษ์ รักษาอย่างเร่งด่วน

และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางในการจัดตั้ง “หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” หรือ “สวนโมกข์กรุงเทพฯ” ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงหอจดหมายเหตุศาสนธรรม (Religious Archives) ทำ หน้าที่เก็บรักษา อนุรักษ์ ศึกษาค้นคว้าและเผยแผ่ผลงานของท่านพุทธทาสเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงหัวใจของศาสนา ตามปณิธานของท่านพุทธทาสด้วย

ในอาคารประกอบด้วย ลานหินโค้ง และสระนาฬิกา ซึ่งจำลองจากสวนโมกข์ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี แล้วยังมีห้องบริการหนังสือและสื่อธรรม, ห้องค้นคว้า, ห้องนิทรรศการ “มหรสพทางวิญญาณเพื่อนิพพานชิมลอง”, สถาน ที่ปฏิบัติสมถวิปัสสนา ที่สำคัญเป็นสถานที่ในการจัดเก็บผลงานของท่านพุทธทาส ทั้งหนังสือ บันทึก และลายมือต้นฉบับ จำนวน 575,000 หน้า ภาพ 51,300 ชิ้น เสียงและโสตทัศน์ 234 แผ่น

สวนโมกข์กรุงเทพฯจึงเปรียบเสมือนย้ายสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี มาอยู่ใจกลางของประเทศ เอื้ออำนวยให้ผู้คนทุกภาคเดินทางมาสัมผัสได้ใกล้และง่ายขึ้น พร้อมกันนั้นยังรวมสื่อธรรมะของท่านพุทธทาสอย่างครบถ้วน ณ สถานที่เดียว อีกด้วย

ข้อมุลข้างต้น ยกมาจาก Post today  ส่วนภาพประกอบและข้อมูลอื่น ๆ นอกจากนั้น ได้เพิ่มจากการไปชมเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมานี้

P1020691a P1020715

ภายในห้องนิพานชิมลอง

P1020718P1020716

มีห้องสำหรับปฏิบัติธรรม มีบริเวณที่ให้นั่งพัก บรรยากาศสงบเย็นจริง ๆ ใครร้อนใจมานั่งที่นี่ ก็คงจะเย็นขึ้นเลยทีเดียว

 

มีสิ่งที่น่าสนใจหลาย อย่าง  เช่น เราสามารถอ่านข้อมุลต่าง ๆ บนจอคอมพิวเตอร์ (แบบ Touch screen ด้วย นิ้วที่จิ้มหน่ะ นิ้วนกเอง)

P1020733 P1020754

P1020727P1020730

 

แล้วก็มีจอนำเสนอข้อมูลแบบตัวพิมพ์ มีเสียงพิมพ์ดีด ติ๊ก ๆ แล้วตัวหนังสือก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ เหมือนคนพิมพ์ ก็ยืนอ่านจนจบ แปลกดี

 

 

ส่วนจอที่เห็นนี้ มีข้อมุลขึ้นฉายให้เรายืนอ่านอยู่แล้ว แต่เราก็สามารถพิมพ์อะไรก็ได้ให้ปรากฏบนหน้าจอได้อีก แต่ผลสุดท้ายเพื่ออะไรนั้นยังไม่ทราบ อาจจะพิมพ์ออกมาได้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ให้ถาม เห็นว่าเค้ามีวิธีที่ดึงคนให้เข้าไปร่วมในการเผยแพร่ข้อมูล น่าสนใจดี

P1020752 P1020748

นอกเหนือจากนิทรรศการนิพานชิมลองแล้ว ก็มีห้องหนังสือ ลานกิจกรรม แต่ที่ชอบคือภาพวาดต่าง ๆ สวย แล้วก็มีความหมาย อาจจะเข้าใจยาก (หากเคยอ่านหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ มาบ้าง หรือ ศึกษา เข้าใจ ธรรม มาบ้างก็ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็เห็นมีไกด์คนนึงมาอธิบายให้ผู้ทีสนใจอยู่ด้วย)

ที่ชอบมากคือ

กาลจักร

Wheel of life

Wheel of life

หมายถึงธรรมอันเป็นธรรมชาติ อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น หรือสิ่งที่อาศัยกันพร้อมแล้วเกิดขึ้น จัดเป็นกฎธรรมชาติในฝ่ายใจ ซึ่มมีอยู 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายเกิดทุกข์และฝ่ายไม่เกิดทุกข์ ในภาพแสดงเหตุปัจจัยของการเกิดทุกข์สืบเนื่องกันไปสิบสองอย่าง เริ่มตั้งแต่ อวิชา( ภาพเด็กจูงคนตราบอด ที่อยู่ด้านบน) แปลว่าความไม่รู้ เป็นเหตุให้เกิดสังขาร แปลว่าความปรุงแต่งและสืบเนื่องต่อๆกันไป จากวิญญาณ นามรูป สาฬายตะ อัสสนะ เวทนา ตันหา อุปทาน ภพชาติ จนครบอันดับที่สิบสอง คือ ความทุกข์ (ชรา มรณะ คือภาพคนแค่แบกของหนัก)

P1020758

หากผู้ใดมีความรู้อย่างแจ่งแจ้งแล้วอวิชาจะไม่เกิด เพราะอวิชาไม่เกิด สังขารไม่เกิด สืบเนื่องต่อ ๆ กันไปเป็นปฎิจจสมุปบาทฝ่ายไม่เกิดทุกข์ จิตว่าง ก็ถึงนิพาน ซึ่งแสดงด้วยภาพธรรมจักรนี้

 

 

 

กายนคร

P1020693a

คนโดยมากมักตกอยู่ในความหลง เหมือนคนสุ่มปลาได้งูคิดว่าเป็นปลา เลี้ยงไก่ชนเป็นทาสของสิ่งที่ตนชอบ หรือหลงบูชาไฟเพราะมีสาเหตุมาจากความไม่รู้ คือ “อวิชา” เปรียบเสมือนยักษ์  ผลที่จะได้รับคือตกอยู่ในกองทุกข์ เหมือนคนถูกสุนัขกัด จมน้ำ แล้วต้องเผชิญกับสิงห์ที่น่ากลัว แต่ไม่รู้ตัว ยังคงเวียนว่ายอยู่ในความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย อย่างไม่ยอมถอนตัว เหมือนปลาที่ไม่เห็นน้ำ จึงยังคงแสวงหากิเลสซึ่งเปรียบได้กับช้างกินน้ำสามสระ เป็นเหตุปัจจัยสืบเนื่องกันไป เป็นเขียดกินข้าง งูกินเขียด นกกินงู แล้วไปเกาะที่ต้นอ้อซึ่งไม่มีแก่น และรากอ้อถูกหนูสี่ตัวแทะ คือ ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ซึ่งจะต้องล้มลงด้วยกันทั้งหมด

อวิชา จะต้องเอาชนะได้ด้วย วิชา หรือ ปัญญา เปรียบเสมือน เทวดาถือพระขรรค์และจักรเป็นอาวุธไปปราบยักษ์

ภาพสวย ๆ ที่เค้านำมาจัดแสดง

P1020695a P1020696a

P1020708 P1020710

P1020699a P1020706a

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

%d bloggers like this: